พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คืออะไร

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่จัดเก็บรายปีจากเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผู้มีกรรมสิทธิ์บ้าน อาคาร ที่ดิน เป็นต้น โดยคิดจากราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  คูณอัตราภาษีที่กำหนดตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน และประเภทบุคคล โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดเก็บภาษี เมื่อ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ถูกประกาศใช้ รัฐก็ต้องยกเลิกการเก็บภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งภาษีบำรุงท้องที่ด้วย เพื่อจะได้ไม่จัดเก็บซ้ำซ้อนกัน โดยมีใจความสำคัญ ได้แก่

ประกาศ 12 มีนาคม 2562 แต่เริ่มบังคับใช้ 1 มกราคม 2563

– ยกเลิกภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีโรงเรือนและที่ดิน

– แบ่งประเภทของที่ดินออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ เกษตรกรรม, ที่อยู่อาศัย, พาณิชยกรรม และที่ดินรกร้างว่างเปล่า

1. เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มกราคมของปี ผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะต้องเสียภาษีในปีนั้นๆ

2. จะต้องชำระภาษีภายในเดือนเมษายน ของปีนั้นๆ หากเกินจะมีค่าปรับ

3. กรมธนารักษ์จะเป็นผู้กำหนดราคาประเมินและวิธีการคำนวณภาษี

4. ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน เช่น เช่า เซ้งสิทธิ์ แต่เป็นเจ้าของอาคารก็เสียภาษี (เฉพาะส่วนอาคาร)

5. บุคคลธรรมดา จะได้รับการลดหย่อนของฐานภาษีในช่วง 2 ปีแรก (ปี 2563-2564)

6. เฉพาะที่ดินเพื่อการเกษตรที่เป็นบุคคลธรรมดา ให้ยกเว้นการจัดเก็บภาษีในช่วง 3 ปีแรก (ปี 2563-2565)

7. บ้านหลังหลัก (บ้านที่เจ้าของมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน) ได้สิทธิการลดหย่อน

8 ทรัพย์บางประเภทที่ได้รับการยกเว้นภาษี อาทิ ศาสนสมบัติที่ไม่ได้หาผลประโยชน์, ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร, ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม, ศาสนสมบัติที่ไม่ได้หาผลประโยชน์

– มีมาตรการบรรเทาภาระภาษี ในช่วง 3 ปีแรก (ปี 2563-2565) โดยหากคำนวณภาษีแล้ว ภาษีที่ต้องจ่ายเกินจากที่ปกติได้จ่ายภาษีโรงเรือนและที่ดินหรือภาษีบำรุงท้องที่จากปีก่อนหน้า ส่วนต่างที่เกินจะคำนวณเพียง 25%, 50% และ 75% ของภาษีที่จ่ายเพิ่ม ในปีที่ 1, 2 และ 3 ตามลำดับ

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นในการพัฒนาก็คือ

-การผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่ดินในตัวเมืองที่ดินมูลค่าสูงๆ ไม่ให้เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าเจ้าของที่ดินรกร้างว่างเปล่า ต้องนำที่ดินตัวเองมาพัฒนาให้เกิดการใช้งาน เนื่องจากปล่อยทิ้งไว้จะต้องเสียฐานภาษีที่สูงขึ้น

– องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น มีอำนาจในการบริหารจัดการทรัพย์ที่อยู่ในท้องที่นั้นๆ มากยิ่งขึ้น

–  ผู้ที่มีมูลค่าทรัพย์สินที่สูง จะต้องเสียภาษี โดยคำนวณที่อัตราภาษีที่สูงขึ้น

   การค้างภาษีตาม พ.ร.บนี้จะเป็นอย่างนี้

หากค้างการชำระเกินกำหนด ผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจในการออกคำสั่ง ยึด อายัด และขายทอดตลาด ทรัพย์เพื่อมาชำระหนี้ได้ ซึ่งกรณีนี้จะเกิดขึ้น หลังจาก 90 วัน ตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งเตือน การค้างชำระภาษี

จะมีลำดับเวลา ของการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง  ดังนี้

1 มกราคม มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์ถึงเดือนเมษายนเป็นช่วงสุดท้ายของการเสียภาษี โดยที่ไม่มีค่าปรับ

เดือนพฤษภาคม อปท. เริ่มมีการทำหนังสือแจ้งเตือนให้มาจ่ายภาษี พร้อมกับมีเบี้ยปรับ

หลังจากที่เจ้าของได้รับหนังสือแจ้ง 90 วัน อปท. มีสิทธิออกหนังสือยึด อายัด และขายทอดตลาด

 

 

 

 

 

หากเป็นเช่นนี้ ผู้ที่ครอบครองที่ดินที่ ทิ้งไว้รถร้างว่างเปล่า ควรเตรียมตัวขยับขยายตั้งแต่เนิ่นๆ  หาทางออกโดยการพัฒนาที่ดินให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ อีหนึ่งแนวคิด เราจะช่วยกันสร้างเมืองของ บริษัทมีสุข คอรเปอร์เรชั่น ที่พํมนาโครงการอสังหาริมทรัพย์

รับผู้ที่มีที่ดินสนใจลงทุน สร้างโกดังให้เช่า เป็นโกดังสำเร็จรูป โดยเจ้าของที่ดิน หรือเรียกว่าร่วมทุนจะเป็นผู้ลงทุนตัวอาคารเอง โดยจ้างบรืษัทมีสุขคอรเปอร์เรชั่นก่อสร้าง มีราคามตารฐานจากใบเสนอราคาส่วนกลาง และยังรับบริหารโครงการโกดังที่มีอยู่แล้วตั้งแต่การหาลูกค้า เก็บค่าเช่า ติดตามหนี้สินให้ แบบเจ้าของรอรับเงินเอง ได้เลย บริษัทยังมีบริการก่อสร้างโกดังคลังสินค้าในที่ดินพื้นที่สีม่วง เป็นพื้นที่ ขอ รง4 ได้อยู่ในโฯไม่ไกลจาก กทม เส้นทางอีอีซี ใกล้แหล่งอุตสาหกรรม มากมายเดินทางสะดวกค่าเช่าถูกกว่า เริ่มต้นที่120 บาทต่อตารางเมตร เป็นเป็นต้น สนใจร่วม ธุรกิจ มีหลากหลายรายการเช่น

-นำที่ดินมาร่วมพัฒนา

-ร่วมลุงทุนในโครงการโกดังให้เช่าหลายๆโโครงการ

-สมครเป็นตัแทนจำหน่าย

-สมัครเป็นผู้รับเหมามีงานตลอดปี

-นำวัสดุก่อสร้างมาร่วมขายในเวปไชต์

-นำโกดัง โรงงงานคลังสินค้ามาร่วมให้เราเป็นผู้บริหารโครงการ หาลูกค้าระยะยาวให้ ดูและเก็บผลประโยชน์ให้ตลอดสัญญา

สนใจติดต่อตัวแทน

TEL: 097-4696226