สิ่งแรกที่ต้องคำนึงก็คือ “เลือกอ่างล้างหน้าให้เหมาะกับการใช้งานและขนาดพื้นที่” เพราะอ่างล้างหน้าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ห้องน้ำดูสวยงาม นอกจากจะเลือกอ่างล้างหน้าที่มีดีไซน์สวยถูกใจแล้ว ควรเลือกประเภทให้เหมาะกับการใช้งาน และขนาดของพื้นที่ห้องน้ำด้วย

– อ่างล้างหน้าชนิดวางบนเคาน์เตอร์
มีดีไซน์ที่หลากหลาย ปรับใช้ให้เข้ากับห้องน้ำได้หลายสไตล์ ติดตั้งง่าย ถอดเปลี่ยนหรือซ่อมแซมได้สะดวก
ระดับความสูงของเคาน์เตอร์จะต่ำกว่าความสูงปกติ ซึ่งต้องเผื่อไว้ตามระยะความสูงของอ่างล้างหน้า

– อ่างล้างหน้าชนิดฝังบนเคาน์เตอร์
เหมาะกับห้องน้ำที่มีพื้นที่ มีเคาน์เตอร์เพื่อประโยชน์ใช้สอย ติดตั้งง่าย
แต่หากต้องการเปลี่ยนอ่างล้างหน้าใหม่จะค่อนข้างทำได้ยาก

– อ่างล้างหน้าชนิดฝังใต้เคาน์เตอร์
เหมาะกับห้องน้ำที่มีพื้นที่ค่อนข้างมาก และต้องการโชว์วัสดุ Top Counter มีเคาน์เตอร์เพื่อประโยชน์ใช้สอย
ติดตั้งง่าย แต่การเปลี่ยนอ่างล้างหน้าใหม่จะค่อนข้างทำได้ยากเช่นกัน

– อ่างล้างหน้าชนิดฝังครึ่งเคาน์เตอร์
เหมาะกับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด และอยากมีเคาน์เตอร์ไว้เพิ่มประโยชน์ใช้สอย
แต่เคาน์เตอร์จะมีขนาดแคบกว่าเคาน์เตอร์ปกติ คือมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 35 – 50 ซ.ม.
(เคาน์เตอร์ปกติขนาดประมาณ 60 ซ.ม.) ซึ่งขึ้นอยู่กับรูปแบบของอ่างแต่ละรุ่น

– อ่างล้างหน้าชนิดแขวนผนัง
ประหยัดพื้นที่ ติดตั้งสะดวก มีรุ่นที่เพิ่มขาอ่างแบบสั้น และ ขาอ่างแบบยาว (ขาตั้งพื้น)
เพื่อช่วยปกปิดท่อน้ำทิ้งใต้อ่างล้างหน้า จึงทำให้ดูเรียบร้อยสวยงามมากขึ้น
สิ่งสำคัญหากเลือกใช้อ่างประเภทนี้คือ ผนังที่จะติดตั้งต้องมีความแข็งแรงและรับน้ำหนักได้

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานด้วยการออกแบบที่จัดเป็นชุดอ่างล้างหน้า + ตู้เก็บของใต้อ่างล้างหน้า
ที่มีให้เลือกทั้งตู้แบบแขวน และแบบตั้งพื้น เพื่อประโยชน์การใช้สอย และความสวยงามที่เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ควรเลือกใช้อุปกรณ์ร่วมต่างๆ เช่น ก๊อก สะดืออ่างล้างหน้า ท่อน้ำทิ้ง และสต๊อปวาล์ว ให้เหมาะกับอ่างล้างหน้าแต่ละประเภทด้วย